มช. จับมือ สสน. สร้างต้นแบบ "คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ส่วนหน้า" ภาคเหนือตอนบน ผนึกกำลัง อว. สนับสนุนการบริหารจัดการน้ำระดับพื้นที่ พร้อมร่วม สทนช. ขับเคลื่อนในระดับประเทศ

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2565 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน) หรือ สสน. ร่วมจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ณ ห้องประชุม ตะวัน กังวานพงศ์ ชั้น 4 อาคารยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร.รอยล จิตรดอน ประธานกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1 และผู้บริหารของ มช. และ สสน. เป็นเเกียรติร่วมในงานดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้ วิจัย และพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเชิงพื้นที่ ทั้งในระดับลุ่มน้ำ จังหวัด ท้องถิ่น และชุมชน รวมทั้งแลกเปลี่ยน เสริมสร้างองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรร่วมกัน ให้สามารถนำผลงานมาประยุกต์ใช้ เกิดประโยชน์ ทั้งมุ่งเน้นให้เกิดการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า เกิดความพร้อมในการรับมือและปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลและพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านน้ำ โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ 52 หน่วยงาน 12 กระทรวง เข้าสู่คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด 76 จังหวัด นอกจากนี้ได้ขยายผลการใช้งานในระดับชุมชน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ในการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ชุมชุนสามารถบริหารจัดการน้ำได้ด้วยตนเอง เกิดเป็นเครือข่ายจัดการน้ำชุมชน มีแบบอย่างความสำเร็จทั่วประเทศ 1,837 หมู่บ้าน พร้อมขยายผลสำเร็จไปสู่ชุมชนอื่นต่อไป

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เป็นสถาบันการศึกษาที่พร้อมด้วยความรู้และผู้เชี่ยวชาญ จากปัญหาทรัพยากรน้ำในปัจจุบัน มช. จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์วิชาการสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางสนับสนุนทางวิชาการแบบครบวงจร และมีภารกิจในการจัดทำระบบฐานข้อมูลทรัพยากรน้ำ ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากการส่งเสริมด้านวิชาการเพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ มช. ยังให้สำคัญกับการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการขยายผลการนำองค์ความรู้ทางวิชาการ ไปสู่การ ต่อยอดและประยุกต์ใช้ ให้สามารถตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้บรรลุเป้าหมายนั้น มช. และ สสน. ตระหนักถึงความสำคัญของการผนวกองค์ความรู้ และนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้เพื่อ ตอบโจทย์ของพื้นที่ พร้อมได้เชิญสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เข้าร่วมบูรณาการการทำงาน ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยมีความมุ่งหมายร่วมกันถึงความสำคัญของการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทรัพยากรน้ำมาใช้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต เชื่อมโยงกระบวนการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และชุมชนมาใช้สนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วม พร้อมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันให้เกิดเป็น “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติส่วนหน้า อว. (ภาคเหนือตอนบน)” นำร่องเป็นคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติเพื่อการใช้งานในระดับภาคแห่งแรกของประเทศไทย

การทำงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มช. และ สสน. นั้น นอกจากจะเพื่อบรรลุเจตนารมณ์ให้เกิดการประยุกต์ใช้ วิจัย และพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเชิงพื้นที่ วางแนวทางในการร่วมกันวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำ เติมเต็มข้อมูลในระดับพื้นที่เข้าสู่คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ และคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติส่วนหน้าฯ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลน้ำในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภายใต้การทำงานของคณะทำงาน และคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดแล้วนั้น ยังมุ่งต่อยอดให้เกิดผลความสำเร็จของการสร้างเครือข่ายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระดับชุมชน ซึ่งนับเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานการการพัฒนาระดับท้องถิ่นและสืบสานตัวอย่างความสำเร็จให้กับชุมชนอื่นได้ศึกษาเรียนรู้ น้อมนำแนวพระราชดำริ และแนวทางการทำงาน ไปปรับใช้กับพื้นที่ของตนเอง เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในท้องถิ่น

ในปี 2564-2565 สสน. และ มช. ได้ดำเนินงานร่วมกันในระดับพื้นที่ โดยสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลน้ำจังหวัดลำพูน เพื่อพัฒนาปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำให้ครอบคลุมทั้ง 57 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดลำพูน รวมถึงการพัฒนากรอบแนวทางและกระบวนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการใช้ข้อมูลสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำระดับตำบล ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ และมหาวิทยาลัย ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำด้วยตัวเองที่ยั่งยืน โดย สสน. ได้สนับสนุน ถ่ายโอน และเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำ รวมถึงหารือแนวทางสำรวจข้อมูลแหล่งน้ำในพื้นที่และเพิ่มเติมข้อมูลให้มีความละเอียดยิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่แนวทางการจัดตั้ง “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติส่วนหน้า อว. (ภาคเหนือตอนบน)” นำร่องเป็นคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติเพื่อการใช้งานในระดับภาคแห่งแรกของประเทศไทย

แผนการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป สสน. และ มช. จะหารือและเตรียมการนำข้อมูลจาก มช. แสดงผลบนหน้าเว็บไซต์คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติส่วนหน้าฯ และ เตรียมการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติส่วนหน้า อว. (ภาคเหนือตอนบน) รวมถึงวางแนวทางในการร่วมกันวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำตามความต้องการของพื้นที่ มุ่งเน้นให้เกิดการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า เกิดความพร้อมในการรับมือและปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เพื่อนำข้อมูลในระดับพื้นที่เติมเข้าสู่คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ และคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติส่วนหน้าฯ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลน้ำ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภายใต้การทำงานของคณะทำงาน และคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดต่อไป